รักษาโรคนิ้วล็อคด้วยการสะกิด อีกทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเปิดแผล

โรคนิ้วล็อค โรคที่หลายๆ คนกำลังเผชิญโดยไม่รู้ตัว เกิดจากพฤติกรรมที่ใช้นิ้วมือเป็นเวลานานๆ ไม่พัก เช่น คุยแชทบนสมาร์ทโฟน ใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์งาน หิ้วของหนักๆ เป็นประจำ หรือทำงานที่ต้องออกแรงกดที่นิ้วมือ นอกจากนี้ โรคนิ้วล็อคยังเกิดจากโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณมือด้วย เช่น โรคเบาหวาน หรือข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดยจะมีอาการในช่วงตอนเช้า หรือตอนที่ใช้งานนิ้วมือหนักต่อเนื่อง

เจ็บแบบไหน ถึงบ่งบอกว่าอาจเป็นโรคนิ้วล็อค
มีอาการเจ็บบริเวณโคนนิ้วมือ ลามไปยังที่ข้อนิ้ว ทำให้เวลากำ หรือเหยียดได้ไม่สุด บางคนรุนแรงจนข้อนิ้วอาจงอผิดรูปได้ เพราะโรคนิ้วล็อคเกิดจากปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณนิ้วมืออักเสบและหนาขึ้น ทำให้เส้นเอ็นที่อยู่ภายใน ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ มักจะเกิดกับนิ้วโป้ง นิ้วกลาง และนิ้วนาง บางคนอาจเป็นพร้อมกันหลายนิ้ว หรือเป็นพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง

การรักษาโรคนิ้วล็อค ทำได้ด้วยวิธีไหนบ้าง?
การรักษาโรคนิ้วล็อคขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง โดยระยะแรกสามารถรักษาได้ด้วยการทานยา ทำกายภาพบำบัด และฉีดยาสเตียรอยด์ ซึ่งจะได้ผลดีในระยะ 4 – 6 เดือนแรก แต่ก็ต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมใช้นิ้วมือแบบเดิม ๆ และต้องหมั่นพักนิ้วมือบ่อยๆ แต่ถ้ารักษาด้วยวิธีดังกล่าวแล้วอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัด

อีกทางเลือกการรักษาโรคนิ้วล็อค…โดยไม่ต้องผ่าตัด!
ว่าการรักษาโรคนิ้วล็อคในปัจจุบัน แพทย์จะใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์นำทางในการสะกิด เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษา โดยมีวิธีดังนี้

แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณมือ
สอดเข็มเข้าไปบริเวณโคนนิ้วที่มีอาการนิ้วล็อค โดยใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์นำทาง เพื่อความแม่นยำ
ใช้ปลายเข็มสะกิดปลอกหุ้มเอ็นนิ้ว ตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่รัดเส้นเอ็นให้ขาดออกจากกัน เหมือนการผ่าตัดปกติ
ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะใช้เวลาเพียง 5 นาที และสามารถโดนน้ำได้ตามปกติหลังครบ 24 ชั่วโมง ต่างจากการผ่าตัดแบบเดิมที่ต้องเปิดแผล ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง และห้ามแผลโดนน้ำนาน 10 – 14 วัน

หากมีอาการนิ้วล็อคอย่าปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง เพราะอาจทำให้ปลอกเส้นเอ็นเสียหายถาวร แม้จะรักษาด้วยการผ่าตัดก็อาจไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

เดิมพัน ufabet

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *