เห็ดหูหนูขาว สุดยอดของเห็ดเพื่อสุขภาพและผิวพรรณ

เห็ดหูหนู เป็นเห็ดที่หาทานได้ง่ายราคาไม่แพง เป็นเห็ดที่นิยมนำมาทำเป็นอาหาร และผลิตเป็นสารสกัด เพื่อช่วยบำรุงร่างกายและผิวพรรณ เห็ดหูหนูสามารถแบ่งชนิดหลัก ๆ ได้ ตามสีของของเห็ดคือ เห็ดหูหนูขาว และ เห็ดหูหนูดำ โดยทั้งสองชนิดมีประโยชน์คล้าย ๆ กันแต่จะให้ประโยชน์แก่อวัยวะภายในร่างกายแต่ละส่วนแตกต่างกัน

ประโยชน์โดยรวมของเห็ดหูหนูทั้งขาวและดำ คือช่วยบำรุงเลือด ช่วยชะลอความเสื่อมถอยของเซลล์ในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงระบบย่อยอาหาร บำรุงสมอง โดยเฉพาะเห็ดหูหนูขาว ที่ได้รับการยกย่องมาอย่างยาวนานว่าเป็นสุดยอดของเห็ดเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

เมื่อพูดถึงเห็ดหูหนูขาว เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักและไม่เคยทาน เห็ดหูหนูขาว หรือ ชื่อในภาษาอังกฤษว่า Tremella Mushroom, Tremella Fuciformis Mushroom ( White Jelly Fungus ) เป็นเห็ดที่มีลักษณะเหมือนเยลลี่ อุ้มน้ำได้ดี เป็นเห็ดที่รู้จักกันดีในวงการแพทย์แผนจีน โดยมีประวัติอันยาวนาน ถูกใช้ในตำรับอาหารช่วยบำรุงกำลัง และใช้ในตำรับยาภายในพระราชวังหลวง มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ถึงขนาดมีการจดบันทึกว่า นางสนมหยางกุ้ยเฟย ที่ได้รับการยกย่องและขนานนามว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดคนนึงในประวัติศาสตร์ของจีน มีการใช้เห็ดหูหนูขาวเป็นส่วนประกอบในสูตรยาเพื่อช่วยรักษาผิวพรรณและความงาม

เห็ดหูหนูขาวกับผิวพรรณ
คุณประโยชน์ของเห็ดหูหนูขาวที่กำลังได้รับความนิยมและพูดถึงมากเรื่องนึงในตอนนี้คือ คุณสมบัติที่ช่วยเรื่องการบำรุงผิวพรรณ การทานเห็ดหูหนูขาวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น อิ่มน้ำให้กับผิวพรรณ เนื่องจากเห็ดหูหนูขาว สามารถซับ และอุ้มน้ำได้มาก ถือเป็นไฟโต ไฮยาลูโรเนด (Hyaluronate) ตามธรรมชาติ ที่ช่วยจัดการกับอนุมูลอิสระภายในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ ผิวเรียบเนียน คืนความเต่งตึงให้กับผิวและใบหน้าได้

รู้จักไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid)กันหน่อย
ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว กระจายออกไปตามเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบสำคัญของข้อต่อ และกระดูกอ่อน เป็นสารหล่อลื่น เพื่อป้องกันการเสียดสีของกระดูก และเป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวหนัง ที่มีความสำคัญไม่แพ้คอลลาเจนเลยทีเดียว เนื่องจาก ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) จะทำหน้าที่ช่วยโอบอุ้มเซลล์ผิวหนังให้ชุ่มชื่น เปรียบเสมือนฟองน้ำที่ช่วยดูดซับเก็บความชุ่มชื่นไว้กับผิว ช่วยให้ระบบการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วทำงานได้ดี และช่วยในกลไกการสมานแผล และลดอาการอักเสบที่เกิดกับผิวได้ จึงทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส

โดยปรกติแล้วร่างกายเรานั้น สามารถสร้างและผลิต ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) ขึ้นได้เอง แต่เมื่ออายุมากขึ้น (30-40ปีขึ้นไป) ร่างกายจะสร้าง ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) น้อยลง เช่นเดียวกับการสร้างคอลอเจน จึงเป็นที่มาของริ้วรอยต่าง ๆ ความเสื่อมของข้อต่อกระดูก สภาพผิวหน้า และผิวพรรณนั้นเอง การทานอาหารที่มีไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) เข้าไป จึงมีส่วนช่วยในการคงสภาพผิวให้สดชื่น และช่วยรักษาความยืดหยุ่นของข้องต่อต่าง ๆในร่างกายเอาไว้

ด้วยความต้องการ ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) จึงมีการสกัดนำเอาสาร ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) มาใช้ ทั้งในด้านสุขภาพ และผิวพรรณ โดยในสมัยก่อน ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) นั้นจะได้จากการสกัด โดยการเอาส่วนของผิวหนังสัตว์ที่มีความอิ่มน้ำมาก ๆ ตัวอย่างเช่น หงอนไก่ (นิยมมากในประเทศญี่ปุ่น) นำมาผ่านกระบวนการด้วยวิธีทางชีวภาพ

ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) จากเห็ดหูหนูขาว
แต่ในปัจจุบัน ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ตอนนี้มีการสกัด ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) จากเห็ดหูหนูขาวขึ้นมา เป็นทางเลือกในการใช้ทดแทน สารสกัด ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) โดยหงอนไก่ ที่อาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ และ แบคทีเรียได้มากกว่า จึงกล่าวได้ว่า ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) ที่ได้จากเห็ดหูหนูขาว จะมีความเป็นธรรมชาติสูงกว่า ปลอดภัย และ อ่อนโยนกว่า ด้วยคุณประโยชน์ดังกล่าวจึงทำให้ เห็ดหูหนูขาวขึ้นแท่น อาหารที่ช่วยฟื้นฟูความสดชื่นให้กับผิวอย่างไม่ต้องสงสัย อ่านเพิ่มเติม

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *