รู้จักภูมิแพ้ผิวหนัง แต่ละช่วงวัย

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง คัน ผิวแพ้ง่ายรู้จักภูมิแพ้ผิวหนัง…แต่ละช่วงวัย…!!!

เด็กแรกจนถึงวัยทารก หรือ ภูมิแพ้ผิวหนังวัยทารก (Infantile atopic dermatitis) จะมีผื่นขึ้น 1-2 เดือนแรก ส่วนมากพบบริเวณใบหน้า คาง ตามลำตัว แขน ขา หากมีอาการแพ้ระดับปานกลางไปจนถึงรุนแรงมักจะมีการแพ้ของอาหารร่วมด้วย เช่น แพ้อาหารผ่านนมแม่ บางครั้งผื่นแพ้ก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผื่นคันชนิดอื่น เช่น ผื่นแพ้สัมผัส ผดร้อน เซบเดิร์ม (Seborrheic dermatitis) ที่จะพบตามบริเวณแก้ม คาง หัวคิ้ว ไรผม หนังศีรษะ ซอกหูแต่จะหายเองใน 4 – 6 เดือน
เด็กเล็กถึงเด็กโต หรือ ภูมิแพ้ผิวหนังวัยเด็ก (Childhood atopic dermatitis) ช่วงวัยนี้มักจะพบผื่นตามข้อพับแขน ขา ข้อเท้า มักกระตุ้นจากการแพ้เหงื่อ ไรฝุ่น และอากาศ เมื่ออายุมากขึ้นอาการจะดีขึ้นเหลือเพียงผิวแห้ง หรือเด็กบางคนยังมีอาการไปตลอดจนถึงช่วงวัยรุ่น
วัยรุ่นและผู้ใหญ่ หรือ ภูมิแพ้ผิวหนังในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ (Adolescent or adult type atopic dermatitis) ส่วนใหญ่จะเป็นๆ หายๆ อาจมีสิ่งกระตุ้นทำให้เกิด เช่น เหงื่อ การอาบน้ำอุ่นทำให้ผิวแห้ง อากาศแห้งในฤดูหนาว การเกาจนติดเชื้อที่ผิวหนัง หรือสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ไรฝุ่น เป็นต้น
การตรวจวินิจฉัย…!!!
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์สาขากุมารแพทย์เฉพาะทางภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ทำการวินิจฉัยจากการซักประวัติอาการทางผิวหนัง ประวัติครอบครัว ตรวจร่างกาย
การตรวจเลือดหาแอนติบอดี้ต่อสารก่อภูมิแพ้ที่สงสัย (Specific IgE to food allergen / aeroallergen) โดยสามารถทำได้ตั้งแต่วัยทารก การทดสอบที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง สามารถรู้ค่าการแพ้เป็นตัวเลขที่ละเอียด แต่ผู้ป่วยจะต้องถูกเจาะเลือด และราคาทดสอบค่อนข้างสูงหากส่งตรวจสารก่อภูมิแพ้หลายๆ ชนิดพร้อมกัน แต่สามารถตรวจได้ทันทีแม้ผู้ป่วยจะรับประทานยาแก้แพ้อยู่ก็ตาม แต่ผลตรวจมักต้องรอผลอย่างน้อย 1 สัปดาห์
การทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนัง (Skin prick test) วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมที่สุดเพราะเป็นการตรวจที่ถูกต้อง แม่นยำ ไม่มีความเจ็บปวด ไม่ต้องเจาะเลือด แต่จะต้องงดรับประทานยาแก้แพ้อย่างน้อย 7 – 10 วัน และไม่มีผื่น สำหรับกรณีถ้าเป็นเด็กทารกจะทำการทดสอบที่บริเวณหลังส่วนบน หากเป็นเด็กโตหรือผู้ใหญ่จะทำการทดสอบที่บริเวณท้องแขน
การดูแลรักษา…!!!

ยาทา ได้แก่ ยาสเตียรอยด์ชนิดทา โดยมีความแรงต่างกันไปตามบริเวณผื่น และอายุของผู้ป่วย , ยาทาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น Topical immunomodulator โดยกุมารแพทย์เฉพาะทางภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันจะเป็นผู้พิจารณาจ่ายยา ไม่ควรซื้อยามาใช้เองเพราะจะมีผลข้างเคียงในระยะยาว
ยารับประทาน ได้แก่ ยาแก้แพ้เพื่อลดอาการคัน, ยาฆ่าเชื้อกรณีที่มีการติดเชื้อร่วมด้วย หรือยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานกรณีที่อาการผื่นรุนแรงมาก
การป้องกันที่ดีที่สุด…!!!

การดูแลผิวพรรณอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะทำความสะอาดร่างกายและล้างมืออยู่เสมอ
ควรใช้สบู่อ่อนๆ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารกันเสีย และอ่อนโยนต่อผิว
ทาโลชั่นทุกครั้งหลังอาบน้ำภายใน 3 นาที หรือ หลังเช็ดตัวหมาดๆ เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว
หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผงซักฟอกที่มีสารเคมีหรือน้ำหอมแรงๆ
หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น เนื้อผ้าลูกไม้ เนื้อหยาบหนา หรือผ้าขนสัตว์ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว
หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นละออง แมลง และยุงชุกชุม
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

แทงบอล

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *