Inside Out มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง

1. ความเปลี่ยนแปลงคือธรรมชาติของชีวิต Inside Out 
หลายครั้ง ความสุขของคนเราก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่เกิดจากความสามารถของเราในการ ปรับตัวปรับใจ ให้เข้ากับสถานการณ์ภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป ได้อย่างกลมกลืน          2. อารมณ์
อารมณ์ความรู้สึกของเราก็ย่อมซับซ้อน (หรือเข้าใจยาก) มากขึ้น กับสิ่งแต่ละสิ่ง หรือกับความทรงจำแต่ละเรื่อง เราไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกเดียวเสมอไป เราอาจจะสุขเศร้าโกรธกลัวหรือรังเกียจมันไปพร้อมๆ กันก็ได้นอกจากนี้ ถึงแม้การมองโลกในแง่ดี หรือพยายามเอ็นจอยกับทุกอย่างบนโลกจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เราไม่จำเป็นต้องฝืนหรือพยายามเป็นคนที่แฮปปี้ตลอดเวลาก็ได้ ความรู้สึกบางอย่าง แม้แต่ความเศร้าเอง ก็มีคุณค่าในตัวของมันในเวลาของมัน และเป็นความทรงจำที่ดีได้ไม่น้อยไปกว่าความทรงจำที่มีแต่ความสุข “ทุกอารมณ์มีความหมาย ” ที่สำคัญ…คนเราทุกคนมีสิทธิที่จะโกรธ เศร้า หรือกลัวในบางเวลา แต่เราแค่ต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ทั้งห้านั้นให้แสดงออกมาให้ถูกที่ ถูกเวลา และในปริมาณที่เหมาะสม          3. ความเศร้าสอนให้เราเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
คนเศร้ามักจะเป็นคนที่ชอบคิดใคร่ครวญอะไรต่างๆ อยู่ในใจเสมอ (คล้ายๆ กับการอ่านคู่มือสมอง) และนั่นก็ทำให้ Sadness มีความเข้าอกเข้าใจในพื้นที่ต่างๆ ภายในจิตใจของไรลีย์ดีกว่าใคร

          4. ความสุขมักจะมาคู่กับความเศร้าอยู่เสมอ สามารถดูได้ ดูหนังออนไลน์
ความทรงจำหลายๆ อย่างของคนเรามักจะอยู่ในรูปของความสุขที่ปนมากับความเศร้า หรือที่เรียกกันว่า mixed feeling ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เข้าใจได้ยาก

          5. การเก็บกดความเศร้าเอาไว้เป็นเรื่องไม่ดี
คนที่เป็นโรคซึมเศร้า แม้จะดูมีความสุขจากภายนอก แต่เราก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่า เขาเก็บซ่อนความเศร้าเอาไว้มากแค่ไหน และอันตรายของการเก็บกดความเศร้าเอาไว้นานๆ ก็คือ มันย่อมระเบิดขึ้นในสักวัน เช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Sadness ในตอนท้ายของเรื่องในทุกช่วงวัย ชีวิตจะพาเราเดินไปข้างหน้าอยู่เสมอ และบางครั้ง เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะ ‘ทิ้งอดีต’ เอาไว้ข้างหลังบ้าง เพื่อให้ใจเรา ‘เบาพอ’ ที่จะก้าวต่อไปในอนาคตให้ได้

          6. ประสบการณ์ใหม่ๆ ช่วยให้เราได้เติบโต
คนเราสามารถเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ของชีวิต  ยิ่งเรามีประสบการณ์มากเรายิ่งเรียนรู้ได้มาก

          7. “ความรัก” คือพลังช่วยเราได้ในวันที่เรา “อ่อนแอ”
ในช่วงเวลาที่อ่อนแอ บางครั้ง สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดก็คือ ใครบางคนที่รักและห่วงใยเรา และไม่ว่าช่วงเวลานั้นจะยากลำบากสักแค่ไหน แต่เราก็ย่อมผ่านมันไปได้ ด้วยกำลังใจจากคนที่เรารัก เพราะความรักคือพลังที่สำคัญในวันที่เราอ่อนแอ

3. Inside Out มหัศจรรย์อารมณ์อลเวงทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

1. ทฤษฎีของเพียเจต์ (Piaget) จากหนัง เมื่อ Riley ยังเด็กพฤติกรรมและการตัดสินใจมาจากอารมณ์มากกว่าเหตุผล  เมื่อเป็นเด็กเรายังคงแสดงอารมณ์ได้ไม่ซับซ้อนนัก แสดงออกมาอย่างตรงไปตรงมาก สุข, เศร้า, เหงา, โกรธ แต่เมื่อโตขึ้นการแสดงอารมณ์ก็ซับซ้อนขึ้นตาม ดั่งจะเห็นได้จากตอนช่วงสุดท้ายของเรื่องที่มีการสร้างที่ควบคุมอารมณ์ใหม่เพื่อให้เราสามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างซับซ้อนมากขึ้น มี Core Memory แบบผสมมากมาย ขยะแขยง-กลัว, โกรธ-มีความสุข หรือโกรธ-เศร้า สิ่งที่เด่นชัดอีกอย่างก็คือ การที่ Bing Bong ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเพื่อให้ Joy ขึ้นหน้าผาได้ เปรียบเสมือนการเติบโตของ Riley ที่คงไม่ได้นึกถึงเพื่อนในจินตนาการอีกต่อไป ซึ่งตามทฤษฎีของเพียเจต์คนเราจะค่อยๆปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้นตามลำดับ และแสดงให้เห็นว่าเมื่อเด็กโตขึ้นเรื่อยๆก็จะเริ่มคิดเป็นผู้ใหญ่ ความคิดแบบเด็กจะสิ้นสุดลง เด็กสามารถที่จะคิดหาเหตุผลมากกว่าตัดสินใจมาจากอารมณ์

2. ทฤษฎีของออซูเบล (Ausubel) จากทฤษฏี คือ เมื่อ Riley มีประสบการณ์และมีความคิดที่จะเชื่อมโยงความตั้งใจกับสิ่งที่เรียนรู้ใหม่ ทำให้ Riley สามารถแก้ปัญหาจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ ความเศร้าที่ใครๆ ก็เห็นว่าไม่เป็นจำเป็น ในบางเวลากลับเป็นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด จะเศร้าบ้างก็ได้ และในทางกลับกันความสนุกสนานก็ไม่ได้สามารถใช้แก้ทุกปัญหาเช่นกัน ในการแก้ปัญหานั้นบางครั้งเราก็ต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย เมื่อเรียนรู้ถึงสิ่งนี้ได้ ก็พร้อมจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ความขัดแย้งนี้ถูกโยงไปยังการก้าวข้ามผ่านวัย (Coming of Age) ของ Riley

3. ความรู้เกี่ยวกับการรู้คิดของตนเอง คือ ความรู้ส่วนตัวของแต่ละบุคคลต่อสิ่งที่ได้เรียนรู้หรือสิ่งที่ตนรู้ จากการเรียนรู้อะไรก็ตามด้วยความเข้าใจ ซึ้ง

จากหนังInside Out ที่ Riley มีความสามารถทางด้านกีฬาฮอกกี้ ทำให้เธอชอบเล่นฮอกกี้ตั้งแต่นั้นมา
Inside Out เป็นอนิเมชั่นที่ผู้เขียนอยากดูมานานตั้งแต่ได้ยินเรื่องของไอเดียการนำ 5 ใน 6 อารมณ์พื้นฐานในมนุษย์ตามทฤษฏีของ Paul Ekman มาเป็นตัวละครที่มีชีวิตและดำเนินเรื่องสลับไปมาระหว่างโลกข้างนอกหัว ที่มีตัวละครเป็นมนุษย์ปกติทั่วไป กับโลกข้างในหัว ที่มีเหล่าอารมณ์พื้นฐานมีชีวิตโล่นแลดในโลกแห่งสมองและจิตใจที่ Pixar จินตนาการขึ้น
แม้ว่าจะผิดหวังจากคลิปโฆษณา “We are not eating that” แต่เมื่อได้ดูตัวหนังในโรงภาพยนตร์แล้ว หนังเรื่องนี้ก็กลายเป็นหนังอันดับต้นๆในดวงใจ ไปในทันที เพราะบทเรียนที่อนิเมชั่นเรื่องนี้พูดถึง เป็นบทเรียนสำคัญในชีวิตที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ควรได้เรียนรู้

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *