การเรียนวิถีใหม่ ปลอดภัยด้วย New normal

สถานการณ์ของโรค COVID-19 ในประเทศไทยเริ่มดีขึ้น ห้างสรรพสินค้ารวมถึงสถานที่ต่างๆ เปิดให้บริการ ผู้ใหญ่หลายคนคงลดความอึดอัดกันไปบ้าง แต่ก็คงต้องยึด แนวทางการปฏิบัติตัว ตามกฎที่สถานที่เหล่านั้นตั้งไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ตัวเองปลอดภัย ส่วนเด็กๆ ตามแนวโน้มของการเปิดภาคเรียนใหม่ เด็กๆ คงตั้งหน้าตั้งตารอไปเจอคุณครูและเพื่อนๆ กันอย่างขมักเขม้น พ่อแม่ก็คงตั้งใจเตรียมตัวให้ลูกกลับไปเรียนกันทุกคน แต่ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เชื่อว่าพ่อแม่น่าจะยังไม่น่าสบายใจนัก ยิ่งจากข่าวที่โรงเรียนในประเทศเพื่อนบ้านเมื่อเปิดให้เด็กๆ ไปโรงเรียน แต่ปรากฏว่าพบเด็กที่ติด COVID-19 จากการระบาดรอบ 2 ถ้าเช่นนั้นแล้วพ่อแม่จะรับมืออย่างไร

ไม่ว่าจะโรค COVID-19 หรือโรคติดต่ออื่นๆ พ่อแม่ก็ต้องรู้จักวิธีป้องกัน เพราะจะสังเกตุได้ว่าทุกครั้งที่เปิดเทอมก็มีการระบาดของโรคหรือไวรัสต่างๆ กันอยู่ทุกปี ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก RSV มือเท้าปาก ดังนั้น สิ่งที่ต้องตระหนักมากที่สุดยังควรต้องเป็นเรื่องของการป้องกันและรักษาตัวเองให้ห่างไกลจากโรคติดต่อต่างๆ

แนวทางการปฏิบัติตัว New Normal ของเด็กๆ
แนวทางการป้องกันการติดเชื้อและดูแลตัวเองของเด็กๆ ไม่แตกต่างกับผู้ใหญ่ เพียงแต่ว่าเด็กๆ อาจยังไม่ได้ตระหนักอย่างจริงจัง อาจต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยสอนและสร้างความคุ้นเคยให้เด็กๆ จนเกิดเป็นวินัย กลายเป็น New Normal หรือแนวทางการใช้ชีวิตใหม่ เพื่อที่จะอยู่ในสังคม โรงเรียน รวมถึงอยู่กับเพื่อนๆ ได้อย่างมีความสุข ปลอดภัยจากโรคร้าย ซึ่งหลักๆ มีแนวทาง ดังนี้

รักษาระยะห่าง social distancing อยู่ห่างจากเพื่อนๆ คุณครู 1 – 2 เมตร เพราะเราไม่รู้ว่าเชื้อโรคต่างๆ อยู่ตรงไหนบ้าง สร้างให้เป็นวิถีชีวิตแบบ Physical distance
นั่งห่างกัน ในระหว่างรับประทานอาหาร โต๊ะอาหารของโรงเรียนควรมีฉากกัน หรือที่เรียกว่า Food shield แนวทางเดียวกับห้างสรรพสินค้า ป้องกันการไอจาม สำลักอาหารใส่เพื่อนๆ
สร้างระยะห่างในการเข้าคิวหรือเข้าแถว
สร้างสุขนิสัย การล้างมือบ่อยๆ
ไม่เอามือมาจับหน้า จับตาหรือเอามือเข้าปาก เพราะเชื้อไวรัสอาจติดอยู่ตามมือโดยไม่รู้ตัว
สอนให้เด็กใส่ mask ในทุกที่ โดยเฉพาะในห้องเรียน เพราะส่วนใหญ่ห้องเรียนเป็นห้องแอร์ มีระบบถ่ายเทอากาศที่ปิด ซึ่งอาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคได้
หากมีเพื่อนที่ไม่สบาย เช่น มีไข้สูงเกิน 37.5 องศา น้ำมูก ไอ ให้อยู่ห่างๆ และต้องรีบบอกให้คุณครูทราบ เพื่อที่จะแยกเด็กออกมา และรีบพาไปตรวจที่โรงพยาบาลอย่างละเอียด
แต่อย่างที่รู้กัน พอเป็นเด็กก็ต้องอยากเล่น ต้องอยากอยู่กับเพื่อนๆ รวมกลุ่มกัน ดังนั้นจึงต้องฝึกให้เด็กเข้าใจวิธีในการป้องกัน แล้วนำไปปรับใช้ในกิจกรรมต่างๆ อ่านเพิ่มเติม

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *