Fastwork แหล่งรวมสถาปนิก นักออกแบบบ้าน

จากปัญหาต่าง ๆ ของแต่ละวิธีในการเฟ้นหาสถาปนิก นักออกแบบ จึงก่อกำเนิดเป็นแอปพลิเคชัน Fastwork แอปฯ ศูนย์กลางที่ได้รวบรวมฟรีแลนซ์สายงานต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีสายงานด้านออกแบบบ้านด้วยครับ มีทั้งสถาปนิก วิศวกร อินทีเรีย กราฟิกดีไซน์เนอร์ ช่างเขียนแบบ โดย fastwork ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงาน เริ่มจากการคัดกรองฟรีแลนซ์จากทั่วประเทศที่มีประสบการณ์ในสายอาชีพนั้น ๆ เพื่อมาร่วมลงพอร์ตงาน เจ้าของบ้านที่กำลังมองหาสถาปนิกออกแบบบ้าน จึงสามารถคัดเลือกสถาปนิกจากผลงานที่ชื่นชอบใน fastwork ได้

ส่วนการชำระเงิน Fastwork จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางถือเงินไว้ให้ผู้ว่าจ้าง และจะจ่ายให้กับฟรีแลนซ์ที่รับงานก็ต่อเมื่อทำงานเสร็จสมบูรณ์ ผลงานได้รับความพึงพอใจจากผู้ว่าจ้าง จึงหมดห่วงเรื่องปัญหาการทิ้งงาน การโกงเงินค่าจ้าง ที่สำคัญ fastwork ยังเปิดโอกาสให้ผู้ว่าจ้างที่เคยใช้บริการมาก่อน สามารถให้คะแนนความพึงพอใจในบริการเป็นระบบ Rating และรีวิว เพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถเปรียบเทียบการทำงานของสถาปนิก นักออกแบบ บ้านแต่ละบุคคลได้

ตัวอย่างหน้าติดต่อของฟรีแลนซ์ รับออกแบบบ้านใช้ชื่อ Pingz555 เป็นสถาปนิกที่มีประสบการณ์เคยทำงานร่วมกับ Plan Architect และ IDIN Architects ซึ่งเป็นบริษัทสถาปนิกชั้นนำของไทย และผ่านการตรวจสอบจาก fastwork แล้ว โดยมีข้อมูลบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ อีเมลและ facebook นอกจากนี้เคยมีผู้ว่าจ้าง จ้างคุณ Pingz555 ผ่านแอปพลิเคชัน fastwork โดยได้รับคะแนนนิยม 4.5/5 และมีคอมเมนต์แสดงถึงความพึงพอใจในผลงานที่เคยว่าจ้าง

ผู้เขียนทดลองใช้งานแอปพลิเคชันมาแล้วระยะหนึ่ง ตัวระบบค่อนข้างครอบคลุมงานเลยครับ มีรองรับทั้งรูปแบบการจ้างเบ็ดเสร็จภายในทีมงานเดียวกัน เช่น ติดต่อสถาปนิกออกแบบบ้าน จากนั้นสถาปนิกจะมีทีมวิศวกร มีทีมกราฟิกดีไซน์ร่วมกันทำงานในทีมเพื่อสานงานต่อให้แบบบ้านเสร็จสมบูรณ์ หรือหากผู้ว่าจ้างท่านใดต้องการจ้างแยกงานเป็นส่วน ๆ เช่น จ้างสถาปนิกออกแบบบ้าน จ้างวิศวกรคำนวณโครงสร้าง จ้างกราฟิกดีไซนต์ทำภาพ 3D เสมือนจริง สามารถติดต่อแยกได้เช่นกันครับ จากการสำรวจฐานค่าจ้างเบื้องต้น นับเป็นค่าจ้างที่ถูกกว่าเรททั่วไป และรองรับงานทุก ๆ รูปแบบ ทั้งบ้านหลังเล็ก หลังใหญ่ ร้านค้าและงานรีโนเวทออกแบบภายใน

นอกเหนือไปจากการเฟ้นหาสถาปนิกออกแบบบ้าน คือ การให้ความสำคัญกับแบบบ้าน ปัจจุบันในประเทศไทยเกิดเหตุการณ์โก่งราคา โกงวัสดุกันเยอะมาก ต้นเหตุหลัก ๆ เกิดจากเจ้าของบ้านไม่มีแบบบ้านที่ได้มาตรฐาน และไม่ได้ว่าจ้างสถาปนิกออกแบบบ้าน แต่เลือกที่จะใช้แบบบ้านจากผู้รับเหมา ซึ่งวิธีดังกล่าวเจ้าของบ้านจะไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดแบบได้เลย ไม่ทราบราคาวัสดุ และบ่อยครั้งผู้เขียนพบว่า แบบดังกล่าวไม่ได้ออกแบบโดยสถาปนิกและคำนวณโดยวิศวกร ซึ่งอันตรายมากครับ การมีสถาปนิกวิศวกรออกแบบแยก จึงช่วยเจ้าของบ้านได้บ้านที่ปลอดภัยและสถาปนิกอาจช่วยเจ้าของบ้านประหยัดงบได้อีกเยอะเลยครับ

1. การวางเค้าโครงของการออกแบบและการออกแบบร่างขั้นต้น
ขั้นตอนแรกในการทำงานออกแบบเพื่อที่จะได้หาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะสถาปัตยกรรมในเบื้องต้นนั้น จากข้อมูลที่ลูกค้าให้มาย่อมสามารถนำมาใช้กำหนดเป็นแนวคิดหลักของการออกแบบ และพัฒนาจนนำมาสู่แบบร่าง ซึ่งจะช่วยแสดงให้เห็นถึงสัดส่วน ขนาด ความสัมพันธ์กันขององค์ประกอบและวัสดุโดยสังเขป โดยในกระบวนการนี้ทางด้านสถาปนิกจะต้องทำการศึกษาข้อมูลตามที่ลูกค้ากำหนด และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบทบัญญัติทางด้านกฎหมายที่มีความข้องเกี่ยวกับโครงการร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังควรจัดวางโค้าโครงของการออกแบบพร้อมทั้งลงมือออกแบบโดยการร่างแบบขั้นต้น เพื่อนำไปเสนอต่อเจ้าของงาน โดยมีเอกสารที่ควรใช้ประกอบการนำเสนอดังนี้

แบบร่างผังที่บ่งชี้ถึงบริเวณความสัมพันธ์ของอาคาร  สถาปนิก หรือกลุ่มอาคารกับในบริเวณที่อยู่ใกล้เคียง
แบบร่างของตัวอาคารซึ่งประกอบไปด้วยแบบแปลนอาคารคร่าวๆ ทุกชั้น รูปด้านและรูปตัดของอาคารโดยสังเขป
เอกสารจำเป็นอื่นๆ เพื่อประกอบการพิจารณาประเมินมูลค่าราคาการก่อสร้างเบื้องต้นตามขั้นตอนดังกล่าว
2. การออกแบบร่างครั้งสุดท้าย
เป็นการพัฒนางานออกแบบเพื่อให้ตรงความต้องการของลูกค้ามากที่สุด โดยสถาปนิกจะใช้ข้อมูลที่ผ่านการอนุมัติขั้นต้นข้อที่ 1 มาใช้ในการออกแบบร่างครั้งสุดท้าย สำหรับเอกสารที่สถาปนิกควรใช้ควบคู่กับผลงาน และเพื่อขออนุมัติตามขั้นตอนจะประกอบไปด้วย

แบบร่างผังที่บ่งชี้บริเวณความสัมพันธ์ของอาคารหรือกลุ่มของอาคารละแวกข้างเคียง และความสัมพันธ์ของระบบสาธารณูปโภคใกล้เคียงที่มีความจำเป็น
แบบร่างของตัวอาคารซึ่งประกอบไปด้วยรายละเอียดของแบบแปลนทุกชั้น รูปตั้ง รูปตัดและแบบร่างอื่นๆ ที่มีความจำเป็น
แบบร่างเพื่อแสดงถึงระบบวิศวกรรมทุกสาขาที่มีความข้องเกี่ยว
รายละเอียดเกี่ยวกับด้านวัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในโครงการนี้โดยสังเขป
เอกสารจำเป็นอื่นๆ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา
ประมาณราคาของการก่อสร้างไปตามขั้นตอนที่ 2 โดยจะมีรายละเอียดที่มากยิ่งขึ้น
3. การพัฒนาแบบก่อสร้าง เอกสารขออนุญาติและการก่อสร้าง
เมื่อเจ้าของงานได้อนุมัติแบบร่างขั้นตอนสุดท้ายเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว สถาปนิกจะต้องลงมือจัดทำรายละเอียดเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการขออนุญาตก่อสร้างต่อไป โดยแบบดังกล่าวนั้นจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ ข้อกำหนดของท้องถิ่นและองค์กรณ์ท้องถิ่นควบคุม อีกทั้งควรมีรายละเอียดของการก่อสร้าง รายการประกอบแบบและเอกสารที่ใช้เพิ่มเติมอย่างพอเพียง ที่สำคัญแบบดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้เป็นเอกสารประกอบการประกวดราคาและการทำสัญญาว่าจ้างแก่ผู้รับเหมา โดยเอกสารที่ทางสถาปนิกจะต้องส่งมอบให้แก่ลูกค้านั้น ควรประกอบด้วย

แบบสถาปัตยกรรม ใช้สำหรับขออนุญาตก่อสร้าง
แบบแสดงถึงผังบริเวณและระบบสาธารณูปโภคในส่วนภายนอกอาคาร
แบบแสดงถึงแปลนทุกชั้น
แบบแสดงถึงรูปด้านทั้งหมด 4 ด้าน
แบบแสดงถึงรูปตัดอย่างน้อยจำนวน 2 รูป
แบบแสดงถึงรายละเอียดและแบบขยายต่างๆ ตามความจำเป็น
แบบวิศวกรรมโครงสร้าง รายละเอียดและรายการคำนวณสำหรับการขออนุญาตก่อสร้าง
แบบวิศวกรรมสาขาอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องหรือสาขาที่ได้ตกลงกัน พร้อมแนบเอกสารที่จำเป็น
รายการประกอบแบบของการก่อสร้างทุกงาน (งานสถาปัตย์และวิศวระบบต่างๆ) อย่างละเอียด
ประมาณราคากลางสำหรับค่าก่อสร้างอย่างละเอียด
4. การประกวดราคาและการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง
ทางด้านสถาปนิกจะให้ความร่วมมือเกี่ยวกับการประกวดราคาดังต่อไปนี้

จัดทำประมาณราคากลางสำหรับค่าก่อสร้าง (กรณีได้ทำการตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว)
จัดทำเอกสารสำหรับการประกวดราคา (กรณีได้ทำการตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว)
ให้คำแนะนำเพื่อการตรวจสอบใบเสนอราคาในส่วนของผู้รับจ้างก่อสร้าง
ให้คำแนะนำสำหรับการคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามารับเหมาก่อสร้าง
จัดเตรียมเอกสารสัญญา

5. การก่อสร้าง
ในการก่อสร้าง สถาปนิกจะให้ความร่วมมือร่วมด้วย เพื่อให้การก่อสร้างสามารถดำเนินไปตามความต้องการ และเป็นไปตามเอกสารสัญญาดังนี้

ตรวจสอบการปฏิบัติงานในส่วนของผู้รับจ้างก่อสร้าง ณ สถานที่ทำการก่อสร้างแบบเป็นครั้งคราวเพื่อรายงานให้แก่ลูกค้าทราบ
ให้คำแนะนำสำหรับผู้รับจ้างก่อสร้าง เพื่อให้การก่อสร้างนั้นสามารถดำเนินงานไปได้ด้วยความเรียบร้อย
ให้คำปรึกษาและแนะนำผู้ควบคุมงาน เพื่อให้การก่อสร้างดำเนินตามความประสงค์ของการออกแบบและเอกสารสัญญา
ให้รายละเอียดเพิ่มเติมไปตามความจำเป็น
ตรวจและอนุมัติแบบในการใช้งาน รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนตัวอย่างที่ผู้รับจ้างก่อสร้างนำมาเสนอ
6. การส่งมอบเอกสาร
สถาปนิกจะทำการส่งมองเอกสารให้แก่ลูกค้าประกอบการใช้งาน ตามข้อ 3 โดยจะมอบเป็นแบบพิมพ์เขียวในจำนวน 10 ชุด และเอกสารรายการประกอบแบบอีกจำนวน 10 ชุด เพื่อนำไปใช้ในการขออนุญาต ประมูลราคาก่อสร้าง แต่หากเจ้าของงานมีความต้องการเอกสารมากกว่าที่กำหนด ทางด้านสถาปนิกสามารถเบิกค่าใช้จ่ายเพื่อจัดทำเอกสารเพิ่มเติมจากลูกค้าต่อไป

7. งานที่ไม่ครอบคลุมค่าบริการของสถาปนิก
นอกจากงานดังกล่าวแล้ว ยังมีงานที่มีความเกี่ยวข้องกับการตระเตรียมเอกสารและการก่อสร้างอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตการให้บริการในส่วนของสถาปนิกแต่อย่างใด แต่หากลูกค้ามีความต้องการสถาปนิกก็สามารถช่วยดำเนินการให้ โดยคิดค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงหรืออาจเป็นราคาที่ตกลงกันเองระหว่างลูกค้ากับสถาปนิก ได้แก่

การขออนุญาตก่อสร้างกับทางราชการ สถาปนิกจะทำการเตรียมเอกสารและยื่นให้ลูกค้า แต่ในส่วนของค่าธรรมเนียม ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้วยตนเอง
การจัดทำหุ่นจำลองขนาดใหญ่ขึ้นโดยละเอียด
การออกแบบและการตกแต่งภายใน
การควบคุมงานด้านก่อสร้าง
การบริหารงานด้านก่อสร้าง
การรังวัดตรวจสอบที่ดินหรือการหาข้อมูลด้านต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกันกับที่ดินหรือทรัพย์สินในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินนั้นๆ
การขุดเจาะสำรวจคุณภาพของดินเพื่อการรับน้ำหนัก (soil Test)
นี่ก็คือแนวทางเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบสัญญาหรือข้อตกลงในการว่าจ้างงานของสถาปนิกและลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับงานและการบริการจากสถาปนิกอย่างไรบ้าง และเพื่อให้เกิดความสบายใจกับการทำงานร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

อันดับแรกเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทั้ง สถาปนิก (Architect) และ มัณฑนากร (Interior Designer) ทำงานกันอย่างไร?

หน้าที่หลักของ สถาปนิก (Architect) คือ การทำงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอก (Exterior) เช่น ตัวบ้าน อาคาร รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า โรงแรมทั้งเล็กและใหญ่ ไปจนถึงสนามบิน สิ่งก่อสร้างที่มีผู้คนเข้าไปใช้งาน แต่จะเน้นการใช้สอยพื้นที่ โครงสร้าง ฐานราก วัสดุกรุอาคาร งานระบบต่างๆ เช่น งานไฟฟ้า งานประปา เป็นต้น

มัณฑนากร หรือ สถาปนิกออกแบบภายใน (Interior Design Architect / Interior Designer) ทำงานในส่วนออกแบบตกแต่งภายในบ้าน อาคาร สำนักงาน โรงแรม เรียกง่ายๆว่าออกแบบพื้นที่ทุกอย่างที่อยู่ภายในตึก เน้นใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ (งาน detail ) เช่น ลวดลายคิ้วบัว ลายลูกฟักบนประตู เป็นต้น ซึ่งถือเป็นงานที่มีสเกลเล็กกว่างานออกแบบภายนอก

ในความเป็นจริงทั้ง 2 สายงานก็ไม่ได้แยกกันทำงานซะทีเดียว เพราะในการออกแบบแต่ละอย่างก็ต้องคำนึงถึงพื้นที่การใช้สอยและความงามเป็นหลัก เพียงแต่มันมีเรื่อง “สเกล” เป็นตัวกำกับอยู่เท่านั้นเอง แต่ในกระบวนการการศึกษาที่แบ่งแยกแขนง ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายใส่ใจและสนใจในรายละเอียดที่ต่างกัน สถาปนิกจะโฟกัสในเรื่องโครงสร้างอาคาร ส่วนงานอินทีเรียจะเข้ามาเติมเต็มอาคารนั้นๆ ให้สมบูรณ์มากขึ้นขึ้นด้วยการตกแต่งภายใน ให้มีดีเทลครบถ้วนสวยงาม

ถามว่าทั้ง 2 สาขานี้ทำงานข้ามสายงานกันได้ไหม ขอตอบแยกดังนี้

สถาปนิก สามารถทำงานตกแต่งภายในได้ แต่อาจมีดีเทลที่ดีสู้อินทีเรียไม่ได้

อินทีเรีย ทำงานสถาปัตยกรรมภายนอกไม่ได้ เพราะในการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม ต้องมีการเซ็นต์แบบจากสถาปนิกและวิศวกร แต่หากเป็นอินทีเรียที่มีการเรียนเพิ่มเพื่อสอบใบรับรองวิชาชีพสถาปนิก ก็สามารถทำได้

กล่าวโดยสรุป เราอาจไม่สามารถฟันธงได้ว่าสถาปนิกจะทำงานออกแบบภายในได้ไม่ดีทุกคน แล้วอินทีเรียจะทำงานออกแบบภายนอกไม่ได้ทุกคน ทั้งนี้ต้องพิจารณาเป็นรายไป โดยการขอดูตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาของผู้ออกแบบคนนั้นก่อน

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *