ลูกแพ้อาหารอะไรบ้าง? รู้ได้ด้วยการทดสอบการแพ้อาหาร วิธี Oral Food Challenge Test

เมื่อลูกน้อยอายุ 4-6 เดือน เป็นวัยที่ควรได้รับอาหารเสริมนอกเหนือจากนมแม่ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจมีความกังวลเรื่องการแพ้อาหารในเด็กเล็ก ไม่มั่นใจว่าลูกแพ้อาหารอะไรบ้าง? เพราะอาจเสี่ยงต่ออาการรุนแรงที่ถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงเตรียมความพร้อมเพื่อลดความกังวลเหล่านี้ ด้วยการทดสอบการแพ้อาหารในเด็กวิธี Oral Food Challenge Test พร้อมทั้งเคล็ดลับการดูแลเพื่อช่วยลดความเสี่ยงการแพ้อาหารให้กับลูกน้อยของคุณ

คุณแม่ตั้งครรภ์..กินอะไรมากไปหรือน้อยไป อาจทำลูกเสี่ยงแพ้อาหาร
โรคภูมิแพ้ต่างๆ รวมถึงการแพ้อาหาร มีสาเหตุมาจากปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น พฤติกรรมการกินอาหารของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ลูกแพ้อาหารได้ เช่น การรับประทานอาหารบางชนิดในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินกว่าปกติ พบว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงในการแพ้ต่ออาหารชนิดนั้นๆ ได้ แพทย์จึงแนะนำว่า..ควรกินอาหารแบบสมดุล ครบทั้ง 5 หมู่ ทั้งในช่วงระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดภูมิแพ้

การแพ้อาหารในเด็กจะแสดงอาการอย่างไรบ้าง?
อาการแพ้อาหารในเด็ก สามารถแบ่งออกได้หลายแบบ เช่น
แบ่งตามอาการที่แสดงตามอวัยวะของร่างกาย
ผิวหนัง เช่น ผื่นลมพิษ ผื่นเม็ดทรายที่ผิวหนัง
ทางเดินอาหาร เช่น อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก ถ่ายมีมูกปนเลือด เป็นต้น
ทางเดินหายใจ เช่น น้ำมูก นอนกรน หายใจเสียงดังเหมือนมีเสมหะ หลอดลมตีบแคบ เป็นต้น

แบ่งตามเวลาที่แสดงอาการ
แสดงอาการแบบฉับพลัน คือ มีอาการแพ้ทันทีหลังรับประทานอาหาร ภายใน 2-6 ชั่วโมง ถ้ามีอาการที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น มีผื่นลมพิษขึ้นทั้งตัว หน้าแดง รอบปาก รอบตาบวมแดง หลอดลมตีบ อาจรุนแรงถึงขั้นความดันโลหิตต่ำ หมดสติ และเสียชีวิตได้ แต่ในกรณีที่ไม่รุนแรงมากอาจมีอาการเพียงระบบใดระบบหนึ่ง เช่น เป็นผื่นเม็ดทรายขึ้นตามตัว มีน้ำมูกหรือคัดจมูก เป็นต้น

แสดงอาการแบบล่าช้า คือ อาการแพ้อาหาร หลังรับประทานอาหารไปแล้วมากกว่า 12-24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่เป็นอาการทางระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก เช่น มีอาเจียน หรือมีท้องเสียอุจจาระมีมูกหรือเลือดปน เป็นต้น
อาหารที่เด็กๆ มักมีอาการแพ้
ได้แก่ นมวัว ไข่ แป้งสาลี ถั่วเหลือง ถั่วชนิดต่างๆ และอาหารทะเล เช่น กุ้ง ปู หอย ปลา เป็นต้น

อยากรู้ว่าลูกแพ้อาหารอะไรบ้าง รพ.พญาไท 2 มีคำตอบ
หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกแพ้อาหาร เบื้องต้นควรมาพบแพทย์ เพื่อซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด หากแพทย์สงสัยว่าแพ้อาหารชนิดไหน สามารถทำการทดสอบด้วยวิธีสะกิดผิว (Skin Prick Test) หรือการเจาะเลือดเพื่อวัดระดับการแพ้ที่จำเพาะต่ออาหารชนิดนั้นๆ (Specific IgE)

การสะกิดผิวหนัง หรือ Skin Prick Test คืออะไร?
คือ การนำสารสกัดของอาหารที่สงสัยว่าแพ้มาสะกิดที่ผิวหนัง สังเกตดูอาการนูนแดงที่ 15-20 นาที โดยการตรวจวิธีนี้เด็กต้องหยุดยาแก้แพ้ต่างๆ อย่างน้อย 7 วันก่อนทำการทดสอบ หากมีลักษณะนูนแดงและสัมพันธ์กับอาหารและเวลาที่กิน แสดงว่าแพ้อาหารชนิดนั้นๆ

เริ่มอาหารเสริมในเด็กอย่างไร? พ่อแม่อุ่นใจคลายกังวล
พิจารณาทดสอบอาหารที่เสี่ยงต่อการแพ้ด้วยวิธีสะกิดผิวหนัง (Skin Test) และ/หรือเจาะเลือดเพื่อวัดระดับการแพ้ (Specific IgE) โดยแพทย์จะทดสอบกับอาหารที่เด็กมักจะแพ้ เช่น นมวัว ไข่แดง ไข่ขาว แป้งสาลี ถั่วเหลือง เป็นต้น หากผลตรวจไม่พบภาวะไวต่ออาหารแต่ละชนิด แนะนำให้เด็กสามารถทานอาหารเสริมได้ปกติที่บ้านถ้าอาการไม่รุนแรง แต่หากตรวจแล้วพบภาวะไวต่ออาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง แพทย์แนะนำให้มาทดสอบทานอาหารชนิดนั้นๆ ภายในโรงพยาบาล หรือการทำ Oral Food Challenge Test ในกรณีที่มีอาการรุนแรงและฉับพลัน

โดยแพทย์จะให้เด็กทานอาหารที่สงสัยว่าอาจจะแพ้ ด้วยชนิดและปริมาณที่เหมาะสม ค่อยๆ ให้เด็กทานในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงจะทราบแน่ชัดว่าเด็กแพ้อาหารชนิดนั้นๆ หรือไม่ และหากมีอาการแพ้อาการแสดงเป็นลักษณะใด รุนแรงแค่ไหน มีอาการแพ้ที่ปริมาณอาหารเท่าไหร่ และแนะนำแนวทางในการปฏิบัติตัว นัดติดตามอาการอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมต่อไป

ข้อดีของการทำOral Food Challenge Test
เป็นการทดสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ภายในโรงพยาบาล ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและปลอดภัย
เมื่อทราบว่าเด็กแพ้อาหารชนิดใดแล้วก็ไม่จำเป็นต้องงดอาหารที่เสี่ยงทั้งหมด แต่งดเฉพาะที่แน่ใจแล้วว่าแพ้จริงๆเท่านั้น เพราะจะทำให้เด็กขาดสารอาหารโดยที่ไม่จำเป็นและเสียโอกาสที่ไม่ได้ทานอาหารนั้นๆด้วย
ลดความกังวลของคุณพ่อคุณแม่และตัวเด็กเอง เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ชีวิตในสังคม และเตรียมความพร้อมก่อนเด็กเข้าโรงเรียน
หากพบว่าแพ้อาหารชนิดใดแล้ว แพทย์จะนัดติดตามอาการทุกๆ 3-6 เดือน เพื่อประเมินโอกาสที่จะหายจากอาการแพ้อาหาร รวมถึงติดตามเรื่องการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

sexy gaming

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *