การดูแลผู้ป่วย สมองเสื่อม มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อม 30%

สมองเสื่อม เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อม 30% ภาวะสมองเสื่อมเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุ และบุคคลรอบข้าง โดยเฉพาะผู้ดูแล อาการที่สำคัญของภาวะ สมองเสื่อม ได้แก่ การเสื่อมลงของความทรงจำ ซึ่งจะมีผลกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ และบุคลิกภาพเป็นอย่างมาก
เมื่อต้องดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม
ผู้ดูแล ญาติ หรือคนรอบข้าง ต้องเข้าใจภาวะสมองเสื่อมที่เกิดขึ้น โดยยึดหลักไม่โกรธ หรือโมโห ไม่หัวเราะ หรือขำพฤติกรรมต่างๆ หากผู้ป่วยทำอะไรไม่เหมาะสม เพราะอาจกระตุ้นอาการได้ ไม่พยายามบังคับให้ผู้ป่วยจำ หรือทำในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ถ้าผู้ป่วยหงุดหงิด ควรหยุดพฤติกรรมทันที มีความยืดหยุ่น ปรับตัว และยอมรับการเปลี่ยนแปลง ลดความคาดหวังในตัวผู้ป่วยลง ให้เกียรติในการตัดสินใจบางอย่าง เช่น ขอความเห็น บอกให้ทราบ คอยสอบถามความรู้สึก พูดคุยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ดูแลความเป็นอยู่ และมีกิจกรรมร่วมกัน เช่น ไปเที่ยว เดินเล่น ร้องเพลง ดูโทรทัศน์
จัดสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้สะดวก ปลอดภัย ป้องกันไม่ให้มีพื้นที่เสี่ยงต่อการลื่นล้ม เช่น อาจมีราวจับในห้องน้ำ พื้นแห้งไม่เปียกลื่น มีแสงสว่างเพียงพอ ระมัดระวังของมีคม ไม่เปลี่ยนแปลงสถานที่จัดวางสิ่งของบ่อยๆ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความคุ้นเคย ควรมีผู้ดูแลประจำ พูดคุยกับผู้ป่วยบ่อยๆ ด้วยเสียงเรียบๆ พูดซ้ำๆ จัดสิ่งแวดล้อมไม่ให้เงียบ หรือดังเกินไป
มองหาความสามารถที่ยังคงอยู่ของท่าน เพื่อเสริมไม่ให้เสื่อมลงเร็ว เช่น จัดสวน ทำกับข้าว ประดิษฐ์สิ่งของ ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เลี้ยงสัตว์

การดูแลรักษา ตามระยะต่างๆ
การดูแลผู้ป่วยในระยะแรก ผู้ป่วยต้องดูแลตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับผู้ดูแลเน้นการให้ความรู้ และสนับสนุนผู้ป่วยให้พึ่งพาตนเองเท่าที่จะทำได้ ผู้ดูแลอาจนำผู้ป่วยเข้ากลุ่มประคับประคอง (Support groups) หรือการมีกลุ่มเพื่อน เพื่อให้ผู้ป่วยได้พบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการดูแลตนเองกับผู้อื่น เพื่อให้มีจิตใจอารมณ์ที่ดี อาจสนับสนุนให้เลี้ยงสัตว์เพื่อความเพลิดเพลินและความผ่อนคลายทางใจ ผู้ดูแลและญาติควรวางแผนการดูแลผู้ป่วยระยะยาวในอนาคต เพื่อให้เกิดผลดีต่อการจัดการดูแลในระยะที่ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองได้น้อยลง
การดูแลผู้ป่วยในระยะกลาง ผู้ดูแลควรเน้นให้คงสภาพที่ผู้ป่วยสามารถพึ่งพาตนเองในการทำกิจวัตรประจำวันและสิ่งต่างๆ ให้นานที่สุด ญาติควรจัดให้มีผู้ดูแลที่ผู้ป่วยคุ้นเคย (กรณีไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้) เพราะผู้ป่วยจะวิตกกังวลจากการพรากจากผู้ดูแลที่คุ้นเคย ควรจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย เงียบสงบ ลดสิ่งกระตุ้น หรือลดกิจกรรมที่มากเกินไป ผู้ดูแลอาจต้องขอความรู้ การสนับสนุนและการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย และวิธีป้องกันความเครียดที่อาจเกิดขึ้นในการดูแลผู้ป่วยจากทีมสุขภาพ หรือพยาบาล พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ด้วยกัน ควรวางแผนการผลัดเปลี่ยนผู้ดูแล เพื่อลดความเครียดจากการดูแลผู้ป่วยเป็นเวลานาน อ่านเพิ่มเติม

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *